นกน้อยทะยานฟ้า
posted on 16 Mar 2008 10:08 by 3003รุ่งเช้าอันสดใส เสียงนกร้องและลำธารน้ำไหลปลุกให้สรรพชีวิตตื่นขึ้นมาเพื่อดำเนินต่อไปในโลกที่แสนกว้างใหญ่ เมื่อแหงนหน้าขึ้นมองท้องฟ้า ฝูงนกมากมายบินโฉบไป-มา ราวกับว่ามีงานรื่นเริงอยู่ที่นั้น
“เกิดมาเป็นเรานี่ดีเสียจริงเลยนะ ดูนั่นสิที่พื้นล่าง เจ้าพวกนั้นไม่มีโอกาสที่จะได้ขึ้นมารับอากาศที่เย็นสบายและมีอิสระอย่างพวกเราเลย” เจ้านกน้อยสนทนากับเพื่อนรัก “ใช่แล้ว ใครกันจะมีโอกาสได้ขึ้นมาที่สูงแบบนี้ ถ้าไม่มีปีกแล้วล่ะก็ อย่าหวังเลย ฮา ฮา” เจ้าเพื่อนรักสนับสนุน
ทั้งคู่พากันบินไปด้วยความสนุกสนาน ผ่านปุยเมฆมากมาย ทั้งยังได้สัมผัสทัศนียภาพที่งดงาม จนปีกเริ่มล้า ท้องเริ่มหิว มันทั้งสองจึงบินลงต่ำ เกาะบนกิ่งไม้เพื่อมองหาอาหาร เหลียวซ้ายแลขวามันไม่พบอะไรที่พอจะกินได้
“ไหนใครว่าที่พื้นล่างมีอาหารบริบูรณ์ยังไงเล่า บินมาตั้งไกลได้แค่เพียงผลไม้ผลเล็กๆเท่านี้เอง” เจ้านกน้อยบ่น
“ก็นี่มันเลยเวลาเช้ามานานแล้วนะ เรามัวแต่เล่นสนุกไม่ยอมลงมากินอาหารตั้งแต่ทีแรก จนบัดนี้เพื่อนๆของพวก
เราต่างอิ่มอร่อยกันไปนานแล้ว แต่นั่น ดูนั่นสิ ! ดูสิว่าอะไรที่อยู่ตรงกิ่งไม้นั่นน่ะ” เจ้านกทั้งสองช่วยกันมองบางสิ่งที่ไม่คุ้นตา
“นี่เจ้าขึ้นมาได้อย่างไรกัน บนฟ้านี้เป็นที่อยู่ของนกเช่นพวกเรา ไม่ใช่ตัวประหลาดอย่างเจ้า” เจ้าถิ่นส่งเสียงโวยวาย
“อย่างนั้นหรือ พวกเธอคิดว่าบนฟ้านี้เป็นที่อยู่ของนกเท่านั้นหรือ แต่ดูฉันสิ ถึงไม่มีปีกก็สามารถขึ้นสู่ที่สูงได้ ช่างดีเสียเหลือเกิน” ลูกโป่งสีแดงอมยิ้มด้วยความสุขใจ
“ไม่มีวันเสียหรอก” นกน้อยทั้งคู่รุมจิกลูกโป่ง
“โอ๊ย. หยุดเดี๋ยวนี้นะ คิดจะทำอะไรกันน่ะ” ลูกโป่งพยายามหนีคมปากอันแหลมคมของนกทั้งสอง
นกทั้งคู่ยังพยายามบินตามลูกโป่งซึ่งถูกลมพัดไกลออกไป ปากของมันพยายามจิกลูกโป่งด้วยความโกรธ
“ไม่มีใครที่จะอยู่บนฟ้านี้โดยปราศจากปีก จำเอาไว้” พวกมันไม่ลดความพยายาม พุ่งเข้าชนลูกโป่งที่กำลังติดแขนงของต้นไม้ใหญ่ เสียงดังโพล๊ะบ่งบอกว่า ร่างที่เคยกลมตึงของลูกโป่งนั้น บัดนี้กลายเป็นเพียงเศษชิ้นส่วนอันเหี่ยวย่นเท่านั้น ทว่าการจากไปของลูกโป่งกลับช่วยชีวิตของนกน้อยทั้งสองเอาไว้ กลุ่มคนที่เล็งกระบอกปืนมายังนกทั้งสองหงุดหงิด เพราะพลาดเป้ายิงถูกลูกโป่งแทน
ด้วยความตกตะลึง เจ้านกทั้งสองบินหนีไปด้วยความสับสน ผืนฟ้าที่แสนกว้างใหญ่ หาใช่ที่อยู่ของใครเพียงกลุ่มเดียว เราเกิดมาเพื่ออาศัยอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขต่างหาก และอย่างน้อยเจ้าลูกโป่งก็ช่วยชีวิตมันทั้งสองเอาไว้ “ถ้าไม่ได้เจ้านั่นมาช่วยไว้ ป่านนี้เราคงไม่รอดแน่ๆ” เจ้านกน้อยเอ่ยอย่างเหนื่อยหอบ
“มันแค่เรื่องบังเอิญเท่านั้นล่ะ ไม่เห็นจะต้องเอามาเป็นบุญคุณด้วยเลย” ผู้เป็นเพื่อนไม่สนใจต่อความดีเพียงเล็กน้อยของลูกโป่งใบนั้น
“ถึงอย่างไรก็ตาม ต่อไปนี้ฉันจะไม่อิจฉาใครที่ขึ้นมาที่สูงได้อย่างฉันอีก เราไม่น่าคิดร้ายกับใคร เพราะเราเกิดมาต้องพึ่งพาอาศัยกัน ถึงมันจะเป็นเหตุบังเอิญก็ตามที” ทั้งคู่บินจากไปจากหมู่บ้านซึ่งแม้มีอาหารสมบูรณ์ แต่ก็เสี่ยงต่อคมกระสุนของผู้คน ด้วยความหวาดกลัว
.....................................
การจะขึ้นสู่ที่สูงได้นั้น อาจต้องใช้ความพยายามอย่างยิ่งยวดในการไต่เต้า แต่นั่นอาจเป็นความพยายามที่สูญเปล่า หากระดับจิตใจไม่ได้สูงค่าตาม ซึ่งการยกระดับจิตใจนั้น จำเป็นต้องอาศัยคุณธรรมมากกว่าความทะเยอทะยานเพียงอย่างเดียว.
#1 By คนธรรมดา on 2008-03-19 21:27