ในบรรดาสีสันต่างๆ สีเขียวอยู่ในลำดับที่ ๒ รองมาจากน้ำตาล ของความพึงพอใจ มีอยู่ช่วงหนึ่งที่อิทธิพลของสีเขียวมีบทบาทอย่างมากในชีวิต ไม่ว่าจะหยิบจับอะไรก็มักต้องมีสีเขียวเข้ามาร่วมด้วยเสมอ น้อยครั้งที่จะหยิบสีคู่ตรงข้ามอย่างสีแดงมาปะปน จนวันหนึ่งได้พบตัวเองอยู่ท่ามกลางสีเขียวและน้ำตาล และเสียงแว่วที่เรียกฉายาตัวเองว่า “คุณต้นไม้”

ชื่อ “คุณต้นไม้” ไม่ได้มาจากการชื่นชอบสีเขียว และน้ำตาลแต่อย่างใด ทว่ามันมาจากรูปร่างที่สูงโปร่งและดูเหมือนว่าถ้าจะได้รับบทในละครเวทีสักเรื่อง คงไม่พ้นตำแหน่ง “คุณต้นไม้” เป็นแน่ ถึงอย่างนั้นดูเหมือนว่ารสนิยมของตัวเองก็จะชัดเจนขึ้นเมื่อเริ่มลงมือปลูกต้นไม้ในกระถาง

มีคนเคยบอก คนมือร้อนปลูกต้นไม้อะไรก็จะตาย ไม่อยากจะเชื่อเลยว่า อุณหภูมิของมือคนจะสามารถลิขิตการเติบโตของกล้าไม้ได้ด้วย ฉันย้อนถามเขาว่า แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าคนไหนมือเย็น หรือมือร้อน เพราะทุกคนก็มีเลือดเนื้อและมีความร้อนอยู่ในตัวเหมือนๆกัน เขาบอกกลับมาว่า ก็เมื่อต้นไม้ตาย นั่นก็แปลว่า คนปลูกมือร้อนน่ะสิ ฉุกคิดขึ้นในใจ แล้วฉันล่ะ มือร้อน หรือเย็น

ฉันมีทางรอดเพียงทางเดียวเท่านั้น นั่นคือการเป็นผู้ช่วยแม่ในการปลูกต้นไม้ต่างๆ ไม่ใช่ว่าจะเชื่อเรื่องมือร้อน มือเย็นแต่อย่างไร หากแต่มันมีเหตุผลของมันอยู่ สิ่งนั้นคือ การได้ทำกิจกรรมคู่กับแม่ มันน่าจะสุขใจกว่าที่จะปลูกต้นไม้เพียงคนเดียว อันที่จริง มันเป็นเหตุผลสนับสนุนเท่านั้น เพราะสาเหตุที่แท้จริงมันคือ คนอย่างฉันไม่มีเวลารับผิดชอบสิ่งมีชีวิตใดมากไปกว่าตัวเองอีกแล้ว

การเริ่มต้นให้ความรักนั้น เป็นจุดเริ่มต้นของการจองจำทั้งปวง บางคนเต็มใจที่จะอยู่ในนั้น เพราะในที่นั่นอาจแลกด้วยความสุขที่ไม่สามารถหาได้จากที่ใด แต่ความทุกข์ก็จ่อรออยู่เช่นกัน ต้นไม้ทุกต้นของแม่ แม่ปลูกมันด้วยความรัก ฉันเริ่มคิดว่า แม่อาจจะมือเย็น แต่เมื่อครั้งที่มีพายุเข้าบ้านเรา และฝนตกรุนแรง ได้ดึงเอาต้นไม้หลายต้นของแม่ไปด้วย แม่ได้แต่มองต้นไม้ที่ค่อยๆปลูกจนเติบโตล้มตาย มันคงไม่รุนแรงเท่ากับชีวิตคนกระมัง แต่หากเป็นชีวิตคนล่ะ นี่อาจเป็นความทุกข์ที่ใหญ่หลวง เลยจริงๆ

วันหนึ่งฉันเดินเท้าบนทางรถไฟบางกอกน้อย ที่นั่นฉันได้พบกับ “คุณต้นไม้” ที่ท้าทายแดดลม เติบโตท่ามกลางความไม่น่าจะเป็นไปได้ บนก้อนหินสีดำจากคราบน้ำมัน กลับให้กำเนิดต้นไม้ต้นเล็กๆ สีเขียวที่โดดเด่นจากกองหิน กรวดเปื้อนน้ำมันเหล่านั้นน่ามองขึ้นทันที

บางสิ่งมีชีวิตก็อุดมไปด้วยความเขียวขจี และมีบางชนิดอุดมไปด้วยความมืดดำ แต่ความอุดมเหล่านั้นได้ผสานกันจนเป็นสิ่งใหม่ สิ่งที่เรียกว่า แรงบันดาลใจ ที่อยู่สิ่งมีชีวิตเหล่านั้นอีกทีหนึ่ง หลังจากบันทึกภาพนั้นไว้แล้ว ฉันก็เก็บภาพนั้นไว้ดูในยามที่รู้สึกว่า ตัวเองมือร้อน และปลูกชีวิตตัวเองไปด้วยอาการอ่อนเปลี้ยเหลือเกิน เพื่อเตือนใจว่า ต้นไม้บางต้นไม่ได้ต้องการคนมือเย็นคนไหนปลูกมัน หากแต่ต้องการคนใจเย็นแม้สักคนไม่ทำลายมัน แม้ว่ามันจะเกิดในที่ที่ไม่สามารถออกรากได้ยาวไกล อย่างน้อยมันก็จะได้เรียนรู้ชีวิต และมีลมหายใจให้โลกอันร้อนระอุ แม้เพียงไม่กี่องศาที่จะทำให้โลกเย็นลง เท่านี้ก็เพียงพอแล้ว

ฉันอาจคิดแทนต้นไม้มากไป แต่มันก็ดีไม่ใช่หรือ ที่เราจะไม่ทำลายกัน

Comment

Comment:

Tweet

big smile

#4 By กีรติ on 2008-05-24 22:00

รูปก็สวยภาษาก็งาม
ชอบบบบบบบบบบบบบ

#3 By CanineGirl on 2008-05-24 13:40

เห็นด้วยมากๆเลยครับ บางครั้งต้นไม้ไม่ได้ต้องการคนมือเย็น แต่ต้องการคนใจเย็นที่จะไม่ทำลายมัน ไม่ต่างจากคนบางคนที่อาจไม่ได้ต้องการอะไรมากมาย นอกจากการที่คนอื่นไม่ได้ไปทำลายชีวิตเขาbig smile
น่าอ่านดีนะผมชอบมาก.............big smile