ชีวิตของคนเป็นสิ่งมหัศจรรย์มากเพียงพอกับสรรพสัตว์ทั้งหมาย ตลอดเวลาที่เฝ้ามองความเป็นไป ทำให้เข้าใจว่า นานาสิ่งเหล่านั้นล้วนดำเนินกันบนความเชื่อมโยงและผูกพัน เป็นสายใยแห่งความมหัศจรรย์ ซึ่งไม่ง่ายที่จะศึกษา แต่กลับมีคำตอบได้ว่า มันก็ไม่ยากที่จะเข้าใจ

ช่วงเวลาของวัยเบญจเพสเลยผ่านมานานแล้ว หากแต่ความรู้สึกถึงความอลหม่านที่เข้ามามากมายในช่วงเวลานี้ ช่วงที่ใครเคยบอกว่ามันจะเกิดขึ้นสักครั้งกับคนวันเปลี่ยนผ่านจากวัยรุ่นสู่ผู้ใหญ่เต็มตัว แต่รู้สึกว่ามันช่างเดินทางมาอย่างเชื่องช้า ปัญหาใช้เวลามากถึงสองปีกว่าจะมาถึง และบางทีก็มาในเวลาที่ร่างกายและหัวใจไม่ได้เตรียมการป้องกันและรับมือ

บางคนว่านี่ล่ะ ช่วงของชีวิตที่มีการเปลี่ยนแปลง เป็นกระแสที่คนวัยยี่สิบเจ็ดน่าจะพบเจอ การเปลี่ยนงาน และการลิ้มรสความว่างเปล่าที่จะช่วยสอนให้เข้าใจว่า ความหยิ่ง ทะนง ไม่ได้ช่วยให้อิ่มท้อง

แต่ฉันก็คิดว่า แน่นอนว่าการอ่อนน่วมกับกระแสธารแห่งอำนาจเงิน ที่ไหลพัดเข้ามา จนอาจเปลี่ยนสภาพฉันให้เป็นรูปอื่นมันอาจช่วยให้ได้เรียนรู้การลดทอนศักดิ์ศรี และมีเงินในกระเป๋าขึ้นเรื่อยๆ แต่ตัวของฉันล่ะ มันจะกลายเป็นใครที่ไม่คุ้นเคยหรือเปล่า จะกลายเป็นใครที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน ซ้ำยังอาจก่อปัญหาให้กับคนที่เคยเป็นเพื่อนคบหามา เพียงเพราะว่า ฉันคนเดิมหายไปเสียแล้ว

ความรู้สึกขมปร่าเริ่มเข้ามาในชีวิต ในช่วงที่อาจจะเรียกได้ว่า อิ่มตัว ในที่ทำงานที่มีแต่ความจำเจ ฉันเคยบอกกับพี่โตโต้ว่า “มันเหมือนกับการที่พี่กินบะหมี่เหม็นหืนไม่ใส่เครื่องปรุงทุกวันๆ พี่จะรู้สึกอย่างไร” มันคงเป็นอาการหนักน่าดู แต่มันอาจไม่มีปัญหาไรนัก หากมันเกิดขึ้นกับคนที่ไร้ทางเลือก ต้องฝืนกินสิ่งนั้นเข้าไปทั้งที่ในปรารถนาเพียงน้ำเปล่าสักแก้ว และฉันก็เลือกที่จะขอดื่มน้ำเปล่า เพื่อรบล้างกลิ่นหืนและรสชาติที่ฝืดคอ

การลาออกจากงานจึงเกิดขึ้น ท่ามกลางความตระหนกว่า จากนี้ชีวิตที่ไร้ความมั่นคงทางการเงินจะเป็นอย่างไร เพื่อนคนหนึ่งเคยบอกว่า อย่าห่วงศักดิ์ศรีให้มากความ อย่างน้อยมันจะทำให้ท้องอิ่ม แต่เพื่อนเอ๋ยอย่าลืมสิว่า ศักดิ์ศรีนี่ล่ะที่ช่วยให้การกลืนคำข้าวลื่นโล่งและมีรสหวาน ราวกับการขบกัดมะขามป้อมที่รสแปร่งแปลก แต่กลับหวานเมื่อกลืนน้ำลงคอ

เพียงราตรีเดียว คนบ้างานอย่างฉันก็เกิดอาการโหยหา อยากทำงานและเดินทาง ฉันชินเกินไปที่จะออกเดินทางเพื่อไปทำงาน โหนรถเมล์และวิ่งแข่งกับเวลา เพียงราตรีเดียวที่ทำให้เกิดคำถามขึ้นมาว่า ความหอมหวานของชีวิต อยู่ที่ใดหนอ

ฉันเปิดงานเขียนเก่าๆของตัวเองขึ้นมาอ่าน อดขำไม่ได้ที่ช่วงวัยเหล่านั้นปั้นแต่งให้ฉันเขียนอะไรออกมาได้ขนาดนั้น ทั้งความเหงาและเศร้าซึม ฉันเลือกที่จะระบายออกมาผ่านสวนอักษร ล่องลอยและเงียบเชียบ แต่แล้วเสียงหัวเราะก็บังเกิดขึ้น จนสุดท้ายฉันก็เริ่มที่จะหันมาสนใจแง่มุมของชีวิตที่ฉันไม่ค่อยได้พลิกด้านขึ้นมาสักเท่าไหร่นัก สิ่งนั้นคือความหวานที่เราสร้างมันขึ้นมา

หลังจากที่พักการทำงานสามวัน ฉันโชคดีที่ได้เริ่มงานใหม่ในหน้าที่การงานที่ต้องคลุกคลีกับตัวหนังสือ ความหอมหวานที่เฝ้ารอ ทำให้ฉันเริ่มกลืนน้ำลายลงคอด้วยทั้งศักดิ์ศรีที่เต็มเปลี่ยม กับความสามารถที่คุดคู้อยู่ในกุฎิ บางอย่างที่น่าหลงใหล เชื้อเชิญให้ต้องเร่งเท้าค้นหา ความหวานที่ว่า มันคือการรู้จักตัวเอง

ชีวิตของคนเป็นสิ่งมหัศจรรย์มากเพียงพอกับสรรพสัตว์ทั้งหมาย ตลอดเวลาที่เฝ้ามองความเป็นไป ทำให้เข้าใจว่า นานาสิ่งเหล่านั้นล้วนดำเนินกันบนความเชื่อมโยงและผูกพัน เป็นสายใยแห่งความมหัศจรรย์ ซึ่งไม่ง่ายที่จะศึกษา แต่กลับมีคำตอบได้ว่า มันก็ไม่ยากที่จะเข้าใจ

ควา%

edit @ 20 Aug 2008 02:09:53 by กีรติ